" Gis a computerized database management system for capture, storage,retrieval,analysis and display of spatial (locationally defined) data "
(NCGIA : National Center Geographic Information and Analysis,1989)
แปล
" ระบบสารสนเทศการจัดการฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ สำหรับ การรวบรวม,การจัดเก็บรักษา,การค้นคืน,การวิเคราะห์ และการแสดงผลของข้อมูล (ตามที่กำหนดพื้นที่) "
(NCGIA : ข้อมูลทางภูมิศาสตร์แห่งชาติศูนย์และการวิเคราะห์, 1989)
❀~❀~❀~❀~❀~❀~❀
✪ การจัดเก็บรวบรวมข้อมูล (Data capture)
เป็นขั้นตอนสำรวจข้อมูลต่างๆและการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลในเชิงพื้นที่ เช่น ข้อมูลด้านการใช้ที่ดินการคมนาคมสำมะโนประชากร เป็นต้น
✪ การเก็บบันทึกและเรียกค้นข้อมูล (Data storage and retrieval)
ข้อมูลที่จะเข้าสู่ระบบ GIS จะต้องมีลักษณะเป็นตัวเลข ดังนั้นจำต้องมีการแปลงข้อมูลแผนที่ซึ่งอยู่ในรูปข้อมูลภาพหรือรายงานเอกสาร(Analog) ให้เป็นข้อมูลตัวเลขของคอมพิวเตอร์(Digital)ในขั้นตอนนี้สามารถที่จะทำการเก็บบันทึกได้หลายวิธี เช่น ใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Digitizer และวิธีการแปลงข้อมูลในลักษณะนี้เรียกว่า Digitizing หรือใช้วิธีอ่านข้อมูลด้วย scanner นอกจากนี้ยังสามารถนำเข้าข้อมูลตัวเลขจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่นข้อมูลดาวเทียม ข้อมูลจากรายงานเอกสารต่างๆตามรูปแบบที่ระบบ GIS ในแต่ละระบบจะรับเข้าสู่ระบบได้โดยตรงเพื่อการค้นคืนของข้อมูล ขั้นตอนนี้นับเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากขั้นตอนหนึ่งซึ่งจะสามารถบอกได้ว่างานนั้นมีประสิทธิภาพมากเพียงใดและมีโอกาสจะประสบผลสำเร็จมากน้อยเท่าใดด้วย
ประเภทของข้อมูลที่ป้อนเข้าสู่ระบบGIS มีดังนี้คือ
● ข้อมูลเชิงพื้นที่(Spatial Data) เป็นข้อมูลที่ระบุตำแหน่งพิกัดที่ตั้งข้อมูลประเภทนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งเพราะGIS เป็นระบบข้อมูลที่ต้องมีการอ้างอิงทางภูมิศาสตร์ (Geo-Referenced) ข้อมูลเหล่านี้ได้แก่ แผนที่ต่างๆ
● ข้อมูลที่ไม่อยู่ในเชิงพื้นที่(Non-Spatial Data) เป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับคุณลักษณะต่างๆแต่ยังคงจะต้องเกี่ยวข้องกับพื้นที่นั้นๆ(Associated attributes) ข้อมูลเหล่านี้ได้แก่ ข้อมูลประชากร เป็นต้นคุณสมบัติของการใส่ข้อมูลเข้าสู่ระบบ GIS ครอบคลุม 3 ขั้นตอนย่อย ดังนี้คือ
➸ ป้อนข้อมูลเชิงพื้นที่สู่ระบบโดยใช้วิธีแปลงเป็นข้อมูลตัวเลขด้วยวิธีการ Digitize หรือ Scan เข้าไปซึ่งจะทำได้โดยการกำหนดจุดค่าที่พิกัดทางภูมิศาสตร์(Ground Control Point) ตาม Projection ต่าง ๆ ที่มีอยู่ส่วนมากมักจะใช้ค่าLongitude และระบบ UTM
➸ ใส่ข้อมูลที่ไม่อยู่ในเชิงพื้นที่สู่ระบบโดยวิธีการสร้างตารางความสัมพันธ์ (Attribute table)
➸ เชื่อมข้อมูลทั้งสองประเภทข้างต้นเข้าด้วยกันด้วยระบบ GIS ซึ่งในแต่ละระบบอาจมีวิธีการจัดการกับข้อมูลในแต่ละขั้นตอนต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับซอฟท์แวร์ที่ใช้เช่น SPANS ARC/INFO, ILWIS และ INTERGRAPH เป็นต้น ต่างก็เป็นซอฟท์แวร์ที่เอื้ออำนวยให้สามารถสร้างแผนที่วิเคราะห์แสดงและจัดการกับข้อมูลแผนที่ได้ ซึ่งในแต่ละโปรแกรมต่างก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป
✪ การวิเคราะห์ข้อมูล(Data analysis)
คือการนำเอาข้อมูลแผนที่ต่างๆที่เก็บไว้ในระบบมาทำการประมวลผลด้วยวิธีการซ้อนทับ(Overlay)เพื่อทำการวิเคราะห์หรือกำหนดวางแผนการจัดการกับพื้นที่นั้นๆเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ต้องการเช่นการวิเคราะห์เกี่ยวกับการพังทะลายขอดินทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากแผนที่ดิน,องค์ประกอบในการกัดกร่อนดิน,เส้นชั้นระดับความสูง,แผนที่การใช้ ที่ดิน,ข้อมูลจากดาวเทียม,รวมทั้งข้อมูลน้ำฝนในช่วงระยะเวลาหนึ่งแฟ้มข้อมูลแต่ละแฟ้มจะถูกประมวลผลตามเกณฑ์ ที่ตั้งไว้แล้วถูกนำซ้อนกันซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็คือคำตอบที่ผู้ใช้ GIS ต้องการ
✪ การแสดงผลข้อมูล (Data display)
ในการเรียกค้นข้อมูลหรือผลการวิเคราะห์ข้อมูลในระบบGIS สามารถแสดงผลออกมาได้ในลักษณะของแผนที่หรือตารางแสดงผลข้อมูลออกมาได้ทั้งในจอคอมพิวเตอร์หรือจะพิมพ์ออกมาเป็นภาพเพื่อจัดทำเป็นรายการต่างๆได้ จะทำได้หลากหลายและสวยงามเพียงใดขึ้นอยู่กับซอฟท์แวร์ที่ระบบGIS นั้นๆใช้ รวมทั้งความสามารถของผู้ใช้ด้วย
ในระบบ GIS สามารถที่จะทำการแก้ไขข้อผิดพลาดของข้อมูลได้ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มข้อมูลใหม่เข้าไxรวม หรือซ้อนข้อมูลแผนที่ ปรับปรุงข้อมูล เรียกค้นข้อมูลที่มีลักษณะตามต้องการได้ รายงานเกี่ยวกับข้อมูลแผนที่และตารางพื้นที่เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการแสดงผลข้อมูลของระบบ GIS ได้มากขึ้น โดยสรุประบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ครอบคลุม การจัดเก็บข้อมูล การค้นหาข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลและการแสดงข้อมูล
GISแตกต่างจากระบบข้อมูลประเภทอื่นๆ ตรงที่GISวางอยู่บนรากฐานของการอ้างอิงเป็นค่าพิกัดทางภูมิศาสตร์GIS ประกอบด้วยข้อมูลเชิงพื้นที่และข้อมูลที่ไม่เป็นเชิงพื้นที่ซึ่งบ่งบอกคุณลักษณะต่างๆ ของตำแหน่งนั้นๆ เช่นจำนวนประชากรคุณลักษณะของดินเป็นต้น GISช่วยในการจัดเก็บข้อมูลแผนที่ที่มีปริมาณมากให้เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว สามารถนำมาใช้ในการตัดสินใจและการวางแผนได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามสิ่งที่จะต้องคำนึงอยู่เสมอคือการใช้ให้ได้ประโยชน์หรือตอบปัญหาได้ถูกต้องมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับความถูกต้องแม่นยำของข้อมูลเบื้องต้นที่ถูกใส่เข้าไปในระบบ GIS นั่นเอง



