ราสเตอร์
โครงสร้างแบบราสเตอร์ เป็นโครงสร้างอีกแบบหนึ่ง ที่ใช้จัดเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่ในรูปของกริด(grid) ซึ่งมีองค์ประกอบเป็น Cell แต่ละ Cell จะมีตัวเลขกำกับ (รูปที่ 6) โดยตัวเลขเหล่านี้อาจจะเป็น Class ID ของข้อมูลเชิงพื้นที่หรือเป็นค่าจริงของข้อมูลเชิงอรรถ ณ ตำแหน่งนั้นก็ได้ เช่น ค่าอุณหภูมิรูปที่ 6 โครงสร้างข้อมูลเชิงพื้นที่แบบราสเตอร์ในแบบ (a) entity model ; (b) cell values ; (c) file sturcture (Hey wood et al.,2002)
ความหยาบละเอียดของข้อมูล (resolution) ขึ้นอยู่กับขนาดของ cell ข้อมูลที่เป็นจุดหนึ่งจุดแทนได้ด้วย cell หนึ่ง cell ข้อมูลที่เป็นเส้นแทนได้ด้วย cells ต่างๆ ที่ต่อเนื่องกัน ส่วนข้อมูลที่เป็นรูปปิดจะแทนได้ด้วยกลุ่มของ cell ดังนั้นจะเห็นได้ว่ายิ่ง cell มีขนาดเล็ก ข้อมูลจะมีรายละเอียดสมจริงมากขึ้น แต่จำนวน cell ทั้งหมดในพื้นที่ศึกษาจะมีจำนวนมากขึ้นเป็นทวีคูณ รูปที่ 7 เปรียบเทียบระหว่างข้อมูลจริงที่จัดเก็บด้วยโครงสร้างแบบราสเตอร์และเวกเตอร์เมื่อขนาดของ cell เปลี่ยนไป
รูปที่ 7 การจัดเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่ด้วยโครงสร้างแบบราสเตอร์และเวกเตอร์เมื่อขนาดของ cell เปลี่ยนไป (Heywood,et al.,2002)
การบันทึกข้อมูลเชิงพื้นที่ที่มีโครงสร้างแบบราสเตอร์ จะมีการจัดเก็บเป็นแฟ้มข้อมูลที่มีจำนวนแถวและสดมภ์กำกับ เมื่อมีการเรียกใช้ เช่น การเรียกแสดง คอมพิวเตอร์จะรู้ว่าข้อมูลมีทั้งหมดกี่แถวและในแถวหนึ่งมีกี่ cell ตัวเลขประจำ cell อาจเป็นตัวเลขหรือตัวอักษรประจำ class ของการจำแนกข้อมูล เช่น เป็นเลข 2 สำหรับ class ที่ 2 ของข้อมูลการใช้ที่ดินซึ่งหมายถึงพื้นที่ที่ใช้ในการทำการเกษตร หรืออาจเป็นค่าตัวเลขของข้อมูลจริงที่ใช้ในการคำนวณได้ เช่น ค่าความสูง ความดัน และปริมาณน้ำฝน เป็นต้น นอกจากนี้แต่ละ cell จะมีค่าพิกัด xy กำกับอีกด้วย การบันทึกข้อมูลที่มีโครงสร้างแบบนี้จะต้องใช้เนื้อที่ในการเก็บค่อนข้างมาก จึงนิยมจัดเก็บแบบมีการบีบอัดข้อมูล(data compression) ซึ่งทำได้หลายวิธีดังแสดงในรูปที่ 8
รูปที่ 8 การจัดเก็บข้อมูลที่มีโครงสร้างแบบราสเตอร์ด้วยวิธีการบีบอัดแบบต่างๆ (Aronoff, 1989, p.169)
การเปรียบเทียบโครงสร้างข้อมูลแบบเวกเตอร์และราสเตอร์
โครงสร้างข้อมูลแบบเวกเตอร์และราสเตอร์ทั้งสองประเภทนี้ มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การนำไปใช้งานความพร้อมทั้งด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ ความซับซ้อนของโครงสร้าง ความถนัดของผู้ใช้งานและผลผลิตในรูปแบบดิจิทัลและสิ่งพิมพ์ที่ต้องการสามารถสรุปได้ดังแสดงในตาราง
เปรียบเทียบข้อได้เปรียบและข้อจำกัดของโครงสร้างข้อมูลแบบเวกเตอร์และราสเตอร์
การแปลงโครงสร้างระหว่างเวกเตอร์และราสเตอร์
การแปลงข้อมูลที่มีโครงสร้างเวกเตอร์ไปเป็นแบบราสเตอร์ จะใช้สมการแสดงดังข้างล่างนี้
ค่า Y , Ymin และ Ymax หมายถึง ค่าพิกัด Y ที่ต้องการแปลง ค่าพิกัด Y ที่มีค่าน้อยที่สุดและมากที่สุดในพื้นที่ศึกษาตามลำดับ
N และ M หมายถึง จำนวนสดมภ์และจำนวนแถวทั้งหมดตามที่ต้องการในพื้นที่ศึกษา ในการแปลงโครงสร้างข้อมูลกำหนดรายละเอียดของข้อมูล(resolution)ที่มีโครงสร้างราสเตอร์จะมีผลต่อความถูกต้องอย่างมาก ดังแสดงในรูปที่ 9 รูปที่ 9 การแปลงโครงสร้างข้อมูลเชิงพื้นที่จากเวกเตอร์ไปเป็นราสเตอร์(A) จากราสเตอร์ไปเป็นเวกเตอร์(B) และตัวอย่างความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากการแปลงโครงสร้าง(C)
(Bernhardsen,2002,p.85)